1. เปลี่ยนการแสดงผล :
    2. C
    3. C
    4. C
    5. C
    6. ตัวช่วยการเข้าถึงเว็บไซต์
    7. แผนผังเว็บไซต์
    8. EN
    9. TH
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
Ministry of Agriculture and Cooperatives
ตราสัญลักษณ์ 133 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ปลัดเกษตรฯ สั่งหน่วยงานในสังกัดเดินหน้าช่วยอุทกภัยใต้ ย้ำ รวดเร็ว ถูกต้อง เข้าถึงทุกครัวเรือน เตรียมมาตรการเยียวยาครัวเรือนละ 3,000 บาท เร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด
28 พ.ย. 2568
72
0
ปลัดเกษตรฯสั่งหน่วยงานในสังกัดเดินหน้าช่วยอุทกภัยใต้
ปลัดเกษตรฯ สั่งหน่วยงานในสังกัดเดินหน้าช่วยอุทกภัยใต้ ย้ำ รวดเร็ว ถูกต้อง เข้าถึงทุกครัวเรือน เตรียมมาตรการเยียวยาครัวเรือนละ 3,000 บาท เร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด

ปลัดเกษตรฯ สั่งหน่วยงานในสังกัดเดินหน้าช่วยอุทกภัยใต้ ย้ำ รวดเร็ว ถูกต้อง เข้าถึงทุกครัวเรือน เตรียมมาตรการเยียวยาครัวเรือนละ 3,000 บาท เร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด

        ​นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 5/2568 และผ่านระบบการประชุมออนไลน์ (Zoom Meeting) ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (123) ว่า ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งเตรียมมาตรการ/โครงการช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยาผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ปี 2568 หลังน้ำลด เพื่อเร่งช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรอย่างเร่งด่วน พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ครัวเรือนละ 3,000 บาท โดยมีเงื่อนไขเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยคาดการณ์เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบด้านการเกษตรรวมประมาณ 1,079,236 ครัวเรือน (ข้อมูล ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568) (ด้านพืช 565,565 ครัวเรือน ด้านประมง 65,239 ราย ด้านปศุสัตว์ 448,432 ราย) ครัวเรือนละ 3,000 บาท วงเงิน 3,237.708 ล้านบาท และจะเร่งจัดทำรายละเอียดนำเสนอร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาและเสนอขอรับงบกลางช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ปี 2568 ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบต่อไป

        ​“การเตรียมความพร้อมด้านการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบภัยจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน ทั้งการตรวจสอบทะเบียนเกษตรกรในพื้นที่ด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ ซึ่งขณะนี้พบว่าได้รับผลกระทบจำนวนมาก จึงต้องเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เกษตรกรได้รับการช่วยเหลือตามระเบียบอย่างครบถ้วนและโปร่งใส ขณะเดียวกัน ได้เน้นย้ำทุกหน่วยงานว่า เมื่อระดับน้ำเริ่มลด จะต้องเร่งสำรวจความเสียหายอย่างละเอียดเพื่อเข้าสู่กระบวนการเยียวยาตามระเบียบ โดยยึดหลัก “ความรวดเร็ว ถูกต้อง และเข้าถึงทุกครัวเรือน” รวมถึงการฟื้นฟูอาชีพ เช่น พืชอายุสั้นที่ปลูกแล้วสามารถบริโภคและสร้างรายได้เร็ว ทั้งนี้ ร้อยเอก ธรรมนัส ได้ฝากชื่นชมและขอบคุณเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทุกฝ่ายที่ร่วมกันดูแลเกษตรกรอย่างสุดความสามารถ และขอให้ทุกส่วนราชการเดินหน้าปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริง” ปลัดเกษตรฯ กล่าวย้ำ

​        ปลัดเกษตรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ระดมทุกหน่วยงานในสังกัดเข้าช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชน รวมทั้งสนับสนุนเครื่องมือ เครื่องจักร อาหาร และน้ำดื่มที่จำเป็น โดยมอบหมายให้สำนักแผนงานและโครงการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่เป็นศูนย์สนับสนุนชั่วคราว รวบรวมและจัดทำระบบข้อมูลบัญชีทรัพยากรการให้ความช่วยเหลือของแต่ละหน่วยงาน เพื่อจัดส่งความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ที่ต้องการ และให้สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเป็นศูนย์ประสานงานหลัก กระจายความช่วยเหลือลงไปยังพื้นที่โดยเร็วที่สุด รวมทั้งสร้างเครือข่ายในพื้นที่เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการติดตามสถานการณ์ สำรวจความเสียหาย และสื่อสารให้เกษตรกรรับรู้มาตรการช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เป็นหน่วยงานหลักในการลำเลียงสิ่งของถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานประสานการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมการสนับสนุนในทุกมิติ ลดความกังวลของพี่น้องเกษตรกร

​      พร้อมกันนี้ ปลัดเกษตรฯ ยังได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ตอนล่างช่วงกลางเดือนธันวาคม 2568 และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน ให้ตรวจสอบความพร้อมของวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร หากเกิดการชำรุดต้องเร่งซ่อมแซมให้สามารถใช้งานได้ทันเวลา เพื่อป้องกันหากต้องเผชิญอุทกภัยในครั้งต่อไป

         ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์พื้นที่การเกษตรประสบอุทกภัยภาคใต้ ปี 2568 (11 พ.ย. – 27 พ.ย. 2568) พบว่า ได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวางใน 10 จังหวัด (ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา สงขลา สตูล และสุราษฎร์ธานี) ได้แก่ ด้านพืช 10 จังหวัด เกษตรกร 228,136 ราย พื้นที่ได้รับผลกระทบ 191,902 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 68,984 ไร่ พืชไร่ ผัก 11,748 ไร่ และไม้ผลยืนต้น 111,169 ไร่ด้านประมง 9 จังหวัด เกษตรกร 12,430 ราย พื้นที่ได้รับผลกระทบ 18,652 ไร่ และกระชัง 113,114 ตร.ม. ด้านปศุสัตว์     9 จังหวัด เกษตรกร 166,880 ราย สัตว์ได้รับผลกระทบกว่า 10.5 ล้านตัว

Loading...
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตกลง