กรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบัน (25 ธ.ค. 67) ว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 61,203 ล้าน ลบ.ม. (80% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) เป็นน้ำใช้การได้ 37,262 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 20,625 ล้าน ลบ.ม. (83% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ปริมาณน้ำใช้การได้ 13,929 ล้าน ลบ.ม. จนถึงขณะนี้ทั้งประเทศมีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 6,008 ล้าน ลบ.ม. (21% จากแผนฯ) เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยาจัดสรรน้ำไปแล้ว 2,177 ล้าน ลบ.ม. (25% จากแผนฯ) ด้านผลการเพาะปลูกพืชทั้งประเทศมีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้วรวม 4.74 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการเพาะปลูกข้าวนาปรังแล้ว 3.77 ล้านไร่
ทั้งนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ในช่วงการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง จึงได้กำชับไปยังโครงการชลประทาน ให้วางแผนจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังเป็นจำนวนมาก ให้พิจารณาปรับแผนการส่งน้ำให้เหมาะสมกับพื้นที่ พร้อมควบคุมการใช้น้ำให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด เน้นน้ำอุปโภคบริโภคเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังรักษาคุณภาพน้ำ มีการควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ ปัจจุบันสถานการณ์ฝนเริ่มลดลงแล้ว ส่งผลให้ระดับน้ำที่ท่วมขังในหลายพื้นที่กลับเข้าสู่ระดับตลิ่ง กรมชลประทาน ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานท้องถิ่น เร่งสูบน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำต่างๆ ลงสู่ลำน้ำอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่า ภาคใต้ตอนล่าง จะมีปริมาณฝนตกเล็กน้อยและฝนตกหนักในบางพื้นที่ ช่วงวันที่ 24 - 28 ธันวาคมจึงยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไป