กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้ายกระดับกองทุนหมุนเวียนฯ กู้ชีพที่ดินทำกิน พร้อมหนุนดิจิทัล-AI ช่วยเหลือเกษตรกรอย่างยั่งยืน
นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายเทวินทร์ นรินทร์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 134 และผ่านระบบประชุมทางไกล Zoom Meeting เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและพิจารณาแผนบริหารจัดการกองทุนฯ ในการบรรลุเป้าหมายช่วยเหลือเกษตรกรอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงสถานการณ์ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ ต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนความเสียหายทางกายภาพจากสภาพอากาศ ที่ประชุมจึงได้เน้นย้ำให้เร่งหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรทุกกลุ่มที่กำลังเผชิญปัญหาในปัจจุบัน เพื่อบรรเทาความตึงเครียดและเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการเข้าถึงแหล่งทุนอย่างทั่วถึงและทันท่วงที
สำหรับการแก้ไขปัญหาหนี้สินและภาระผูกพันเรื้อรัง ที่ประชุมมีความเห็นให้มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง โดยคณะกรรมการได้ร่วมกันเสนอแนะมาตรการเชิงรุกเพื่อลดภาระและสร้างแรงจูงใจในการชำระหนี้ อาทิ การปรับปรุงระเบียบหลักเกณฑ์การหักชำระเงินต้นควบคู่กับดอกเบี้ยเพื่อลดภาระดอกเบี้ยสะสม การพิจารณาแนวทางหยุดคิดดอกเบี้ยสำหรับกลุ่มเกษตรกรเปราะบางและผู้สูงอายุ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการกู้ยืมอย่างเพียงพอ รวมถึงมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งประสานความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในการตรวจสอบและปรับปรุงสัญญากู้ยืมให้ถูกต้องโปร่งใส พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการพิจารณาชะลอการบังคับคดีแก่เกษตรกรเป็นรายกรณี เพื่อมุ่งรักษาที่ดินทำกินและปกป้องอาชีพของเกษตรกรไว้ให้ได้มากที่สุด
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการปรับปรุงแผนขับเคลื่อนระยะ 4 ปี และแผนปฏิบัติการประจำปี เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลที่ทันสมัย โดยคณะกรรมการได้เสนอให้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยวิเคราะห์การให้สินเชื่อและการติดตามหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการยกระดับสัญญาเงินกู้ให้สามารถตรวจสอบข้อมูลเครดิตได้อย่างโปร่งใส ซึ่งการพัฒนาระบบสารสนเทศและดิจิทัลนี้นับเป็นจุดแข็งสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่กองทุนฯ และขับเคลื่อนความช่วยเหลือไปยังพี่น้องเกษตรกรและผู้ยากจนได้อย่างแม่นยำและมั่นคงต่อไป