1. เปลี่ยนการแสดงผล :
    2. C
    3. C
    4. C
    5. C
    6. ตัวช่วยการเข้าถึงเว็บไซต์
    7. แผนผังเว็บไซต์
    8. EN
    9. TH
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
Ministry of Agriculture and Cooperatives
ก.เกษตรฯ ชูไทยเป็นศูนย์กลางอาหารทะเลโลก เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมประมงสู่ความยั่งยืน
21 ก.ย. 2569
84
0
ก.เกษตรฯชูไทยเป็นศูนย์กลางอาหารทะเลโลก
ก.เกษตรฯ ชูไทยเป็นศูนย์กลางอาหารทะเลโลก เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมประมงสู่ความยั่งยืน

   นางสาวอิงอร ปัญญากิจ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายวัชระพล ขาวขำ) ร่วมกล่าวปาฐกถา GSA Responsible Seafood Summit 2026 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ว่า อนาคตของอุตสาหกรรมอาหารทะเลสมัยใหม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างศักยภาพทางเศรษฐกิจกับการรักษาสุขภาพของระบบนิเวศ โดยประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามบทบาทการเป็นเพียงศูนย์กลางการแปรรูป ไปสู่การเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล พร้อมดำเนินการปกป้องระบบนิเวศชายฝั่ง ฟื้นฟูป่าชายเลน และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ควบคู่กับการสร้างหลักประกันว่าสินค้าอาหารทะเลได้รับการผลิตผ่านระบบการทำประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านความปลอดภัยอาหาร ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

 ขณะเดียวกัน ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลกในปัจจุบัน อุตสาหกรรมอาหารทะเลกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยการประชุมครั้งนี้มุ่งแลกเปลี่ยนแนวทางรับมือกับความท้าทายสำคัญของโลกในหลายมิติ สำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ความผันผวนของสถานการณ์โลกและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาอาหารสัตว์น้ำและการจัดหาวัตถุดิบทางเลือกอย่างรับผิดชอบ สวัสดิภาพสัตว์และความรับผิดชอบต่อสังคม และการเปิดโอกาสให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงห่วงโซ่คุณค่าอย่างทั่วถึง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารทะเลให้มีความยั่งยืนและพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคตอีกด้วย

   นอกจากนี้ ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของโลก ผ่านศักยภาพด้านการผลิต การแปรรูป และการค้าสินค้าอาหารทะเล โดยในปี 2568 ประเทศไทยมีปริมาณวัตถุดิบสัตว์น้ำจากการผลิตภายในประเทศและการนำเข้าเพื่อใช้ภายในประเทศและการแปรรูปเพิ่มมูลค่ารวมกว่า 4.37 ล้านตัน ประกอบด้วยผลผลิตภายในประเทศ 2.31 ล้านตัน มูลค่ากว่า 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และวัตถุดิบนำเข้า 2.06 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้สำหรับการแปรรูปเพิ่มมูลค่า ทั้งนี้ ประเทศไทยส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลสู่ตลาดโลกสูงถึง 1.67 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยปลาทูน่ากระป๋องและกุ้งมีสัดส่วนมูลค่าการส่งออก 34.4% และ 18.3% ตามลำดับ มีตลาดสำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อาเซียน จีน และตะวันออกกลาง สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางระดับโลกด้านการผลิต การแปรรูป และการค้าอาหารทะเล

   “ตลอดระยะเวลา 4 วันของการประชุม การหารือ และการศึกษาดูงานด้านเทคนิค ผู้เข้าร่วมจะมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดีตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเชื่อมั่นว่าพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ จะช่วยจุดประกายข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติและแนวทางใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารทะเลให้มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับความท้าทายในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม” หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

 

Loading...
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตกลง