1. เปลี่ยนการแสดงผล :
    2. C
    3. C
    4. C
    5. C
    6. ตัวช่วยการเข้าถึงเว็บไซต์
    7. แผนผังเว็บไซต์
    8. EN
    9. TH
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
Ministry of Agriculture and Cooperatives
ก.เกษตรฯ เข้มคุณภาพผลไม้ตะวันออก บริหารจัดการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมเร่งเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย
14 พ.ค. 2569
123
0
ก.เกษตรฯเข้มคุณภาพผลไม้ตะวันออก
ก.เกษตรฯ เข้มคุณภาพผลไม้ตะวันออก บริหารจัดการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมเร่งเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย

ก.เกษตรฯ เข้มคุณภาพผลไม้ตะวันออก บริหารจัดการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมเร่งเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย 

  นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการผลไม้ตะวันออก พร้อมเยี่ยมชมกระบวนการดำเนินงานตามมาตรฐานสินค้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งตรวจเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย ณ จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดระยอง พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง 

    รมช.ปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มบริหารจัดการการผลิตในรูปแบบแปลงใหญ่ โดยนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการเกษตรมาใช้ในการบริหารจัดการสวนทุเรียนและผลไม้อื่นๆ ในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและประเทศคู่ค้า นอกจากนี้ อีกภารกิจคือการขับเคลื่อนนโยบายตลาดนำการผลิต โดยมุ่งเน้นการผลิตทุเรียนคุณภาพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การลดปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก ควบคู่กับการส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถปรับตัวต่อสถานการณ์ภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาชีพและความยั่งยืนภาคการเกษตรในระยะยาว ซึ่งจังหวัดจันทบุรีเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพรวมทั้งเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่มีความเข้มแข็ง ทำให้สามารถยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรโดยเฉพาะผลไม้ อาทิ ทุเรียนจันท์ มังคุด Q Chan เป็นต้น ให้มีชื่อเสียงและสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน” 

  โดย รมช.ปิยะรัฐชย์ ได้เยี่ยมชมการจัดการสวนทุเรียนคุณภาพภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ สวนทุเรียนของนางสาวศิลาพร ทองรอด รองประธานแปลงใหญ่ทุเรียนศาลทราย ณ ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ชมการสาธิตการตรวจก่อนตัด ติดตามสถานการณ์และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ พร้อมมอบต้นพันธุ์ทุเรียนแก่เกษตรกร จำนวน 20 ราย รวมทั้งได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนมังคุดแปลงใหญ่คิชฌกูฏ ณ หมู่ 4 ตำบลชากไทย อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหามังคุดล้นตลาดในพื้นที่ภายใต้โครงการ “มังคุด Q Chan” โดยเริ่มจากการพัฒนาเกษตรกรในระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ การรวมกลุ่มในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน และการพัฒนาระบบบริหารจัดการผลผลิตอย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิดตลาดนำการผลิตเพื่อเชื่อมโยงการผลิตสู่ตลาดอย่างเป็นระบบ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างอำนาจต่อรองให้แก่เกษตรกร ซึ่งมีกิจกรรมสาธิตการคัดเกรดมังคุด วิธีการรวบรวมผลผลิต และการประมูลผลผลิตมังคุด เป็นต้น พร้อมมอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร จำนวน 20 ราย

     สำหรับมาตรการคุมเข้มคุณภาพล้งผลไม้ตามมาตรฐานบังคับ มกษ. 9070-2566 นั้น ได้พบปะผู้ประกอบการและตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน ณ ล้ง RSK แผงทุเรียนโกอาร์เจ๊สาว (สาขาจันทบุรี) ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งล้งดังกล่าวมีกำลังการผลิต 2,500 ตัน/ปี และได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตร (มกษ. 2) ตามมาตรฐานบังคับ เรื่อง หลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ (มกษ. 9070-2566) ภายใต้พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 ในโอกาสนี้ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการและการสาธิต อาทิ การควบคุมและตรวจสอบความแก่อ่อนของทุเรียนมาตรฐานบังคับ มกษ. 9070-2566, มาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง หลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียน สำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ (มกษ. 9070-2566) และการใช้ชุดทดสอบ (Test Kit) ตรวจสอบสารแคดเมียม และBY 2 โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นต้น 

     ขณะเดียวกัน รมช.ปิยะรัฐชย์ ได้เร่งรัดการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย ระหว่างวันที่ 1 – 10 พฤษภาคม 2569 ทำให้ทุเรียนและไม้ผลที่ได้รับความเสียหาย มีรายงานความเสียหายเบื้องต้น (ข้อมูล ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2569) ในพื้นที่จังหวัดระยอง จำนวน 5 อำเภอ 15 ตำบล 36 หมู่บ้าน เกษตรกรได้รับผลกระทบ จำนวน 166 ราย คาดการณ์มูลค่าความเสียหาย รวมทั้งสิ้น 6,273,447 บาท โดยเร่งรัดให้หน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรเพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง อาทิ การให้ข้อมูลด้านการช่วยเหลือกับเกษตรกรตามหลักเกณฑ์ การให้คำแนะนำในการฟื้นฟูสวนหลังได้รับผลกระทบและการจัดการผลผลิตทุเรียนที่ร่วงหล่นอย่างเหมาะสม รวมถึงเน้นย้ำการควบคุมคุณภาพทุเรียนติดตามตรวจสอบคุณภาพทุเรียน ณ แผงจำหน่าย เพื่อไม่ให้มีทุเรียนอ่อนปะปนออกสู่ตลาด ในโอกาสนี้ คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบปัจจัยการผลิตเพื่อฟื้นฟูสภาพต้นทุเรียนที่ได้รับความเสียหายจากวาตภัย และสิ่งของเครื่องใช้แก่เกษตรกรในเบื้องต้นด้วย

 

Loading...
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตกลง