รมช.ปิยะรัฐชย์” ผนึกแม่โจ้ ขับเคลื่อนวิจัย นวัตกรรมเกษตร ดันสหกรณ์ดิจิทัลสู่ยุค AI และ Big Data
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จำกัด พร้อมร่วมประชุมพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) มาประยุกต์ใช้กับการดำเนินงาน โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายคัมภีร์ นับแสง สหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และคณะผู้บริหารสหกรณ์ ให้การต้อนรับ ณ สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จำกัด อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
“ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการสหกรณ์ให้ตอบสนองต่อความต้องการของสมาชิกได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงมีแนวทางส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในสหกรณ์ ทั้งการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับทำธุรกรรมออนไลน์ การเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ศูนย์ข้อมูลกลาง หรือ Data Center รวมถึงการประยุกต์ใช้ AI และ Chatbot เพื่ออำนวยความสะดวกให้สมาชิกสามารถเข้าถึงบริการและตรวจสอบข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จำกัด ที่พัฒนาแอปพลิเคชัน “Maejo Co-op” เพื่อให้บริการเปิดบัญชี ฝาก ถอน โอนเงิน กู้เงิน และตรวจสอบข้อมูลทางการเงินผ่านมือถือได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ซึ่งเป็นต้นแบบของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาระบบสหกรณ์ และตอบโจทย์การให้บริการสมาชิกในยุคดิจิทัลได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมผลักดันการพัฒนาดิจิทัลในระบบสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการ เพิ่มความโปร่งใส และสร้างความเข้มแข็งให้สหกรณ์ไทยสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต” รมช.ปิยะรัฐชย์ กล่าว
ด้านนายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ว่าเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทางวิชาการและการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อยกระดับระบบสหกรณ์ไทยให้มีความเข้มแข็งและทันสมัย ซึ่งโครงการสำคัญ คือ โครงการความร่วมมือทางการศึกษาเพื่อสานต่ออาชีพพระราชทานการเลี้ยงโคนม โดยสนับสนุนทุนการศึกษาให้บุตรหลานสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม ได้ศึกษาต่อด้านสัตวแพทยศาสตร์และสัตวศาสตร์ ซึ่งที่ผ่านมาได้สนับสนุนทุนการศึกษาแล้ว 68 คน และมีผู้สำเร็จการศึกษากลับมาพัฒนาสหกรณ์และฟาร์มของครอบครัวแล้วจำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกันยังมีแผนสนับสนุนทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในช่วงปี พ.ศ.2569 – 2571 นอกจากนี้ยังมีจัดอบรมด้านการเงิน การบัญชี และการบริหารสำหรับกรรมการสหกรณ์ทั่วประเทศ ทั้งรูปแบบ Online และ Onsite เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสหกรณ์ โดยปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมแล้วกว่า 7,500 คน อีกทั้ง ยังได้ร่วมพัฒนาหลักสูตรสำหรับผู้บริหารงานส่งเสริมสหกรณ์ระดับผู้อำนวยการกลุ่ม มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Data Science และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการและพัฒนาระบบสหกรณ์ เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลและสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคสหกรณ์ไทยในระยะยาวอีกด้วย