นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกล่าวพิธีเปิดงาน AGRITECHNICA ASIA and HortEx 2026 ภายใต้แนวคิด “Farm, Farmer, Future” โดยมี นายอาร์เรย์ เอ. เปเรซ รัฐมนตรีช่วยว่าการด้านระบบอุตสาหกรรมเกษตรและทางทะเล กระทรวงเกษตรแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นางเอ็บบา ชอลล์ รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูตและหัวหน้าแผนกเศรษฐกิจและสภาพภูมิอากาศ สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ดร. โลทาร์ เฮิฟเฟิล กรรมการผู้จัดการ สมาคมเกษตรแห่งเยอรมนี ศาสตราจารย์ ดร. สัตวแพทย์หญิงคาทารินา รีห์น รองประธานและประธานกรรมการสมาคมเกษตรแห่งเยอรมนี นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต รองผู้อำนวยการด้านการบริหารและพัฒนาองค์กร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ และนายพงศ์ไท ไทโยธิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ Expert Stage , Hall 98 - 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีการดำเนินการยุทธศาสตร์ในการรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในภาคการเกษตร โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต อาทิ การกระจายน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านสหกรณ์ การส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ตามผลการวิเคราะห์ดิน การสนับสนุนการใช้ปุ๋ยชีวภาพและเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ การบริหารจัดการน้ำ การดำเนินการฝนหลวง และการเตรียมเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง รวมถึงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรที่มีความเหมาะสมของในแต่ละพื้นที่ควบคู่กับการพัฒนาทักษะใหม่และยกระดับทักษะเดิมให้แก่เกษตรกร รวมถึงการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับเครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรในระยะยาว
สำหรับการรับมือกับความท้าทายดังกล่าว จำเป็นต้องอาศัยทั้งแนวคิดเชิงนวัตกรรมและความร่วมมืออย่างใกล้ชิดซึ่ง AGRITECHNICA ASIA และ HortEx มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการขยายเครือข่ายความร่วมมือในภาคการเกษตร ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรของไทยและอาเซียนอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ทุกภาคส่วนต่างตระหนักถึงความท้าทายระดับโลกทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งยิ่งทวีความรุนแรงจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจนำไปสู่วิกฤตด้านอาหารในภูมิภาคเอเชียและอาเซียน ซึ่งสะท้อนให้ถึงเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศไม่อาจชะลอการปรับเปลี่ยนระบบอาหารและการเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่ระบบที่มีความยั่งยืนพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคตต่อไป
ในโอกาสนี้ ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมใช้เวทีสำคัญแห่งนี้ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และต่อยอดนวัตกรรมด้านการเกษตรร่วมกัน เพราะอนาคตของภาคการเกษตรเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างอนาคตภาคการเกษตรที่มั่นคง ยั่งยืน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเทศใดประเทศหนึ่งจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั่วโลกในการร่วมกันขับเคลื่อนไปสู่ระบบเกษตรและอาหารที่มั่นคง ยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวทิ้งท้าย