ก.เกษตรฯ เดินหน้า “ขับเคลื่อนพลังเครือข่ายอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน” ยกระดับ อกม. สู่กลไกหลักเชื่อมรัฐ–เกษตรกร พัฒนาเกษตรไทยอย่างยั่งยืน
นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในงานขับเคลื่อนพลังเครือข่ายอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27–28 มกราคม 2568 ณ โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท จังหวัดปทุมธานี ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเกษตรให้เป็นเครือข่ายสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับบทบาทอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ให้เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาครัฐกับเกษตรกรในชุมชน โดยมุ่งเน้นการทำงานแบบ “บูรณาการอาสาสมัครเกษตร” เพื่อให้ อกม. 1 คน สามารถประสานการทำงานร่วมกับอาสาสมัครเกษตรด้านต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ ลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ เพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ และตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของเกษตรกรได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น
รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายประชาชนในการสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตร และการให้บริการแก่เกษตรกรในระดับพื้นที่ ผ่านการทำงานของเกษตรกรผู้นำจิตอาสาอย่าง อกม. จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบขับเคลื่อนและพัฒนางานอาสาสมัครเกษตร พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้ง 16 หน่วยงานที่ดำเนินงานด้านอาสาสมัครเกษตรในแต่ละสาขา เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกรอบและแนวทางการส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมอาสาสมัครเกษตร ตามมติคณะกรรมการนโยบายอาสาสมัครเกษตร (คน.กษ.) และรองรับนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ด้าน นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานขับเคลื่อนพลังเครือข่ายอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านในครั้งนี้ ยังเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน จากเดิมที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดนโยบาย สู่การเป็น PBL Coach (Problem-based Learning Coach) หรือผู้นำการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ โดยเริ่มต้นจากปัญหาจริงของชุมชน ให้ อกม. ได้พัฒนาทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking) การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง และการออกแบบแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ ยังเน้นการเสริมสร้างความรู้ด้านการจัดการความรู้ทางการเกษตร (Knowledge Management) เพื่อให้เกิดกระบวนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เหมาะสม และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเกษตรในระยะยาว
“อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน คือการพัฒนา อกม. บนฐานการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence-based) โดยมีการนำเครื่องมือวิเคราะห์เชิงพื้นที่มาใช้ในการทำงาน พร้อมจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงวิชาการ เพื่อเสริมสมรรถนะในการวิเคราะห์ปัญหาเชิงพื้นที่ การเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยพิบัติ และการรายงานข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำผ่านเครือข่ายอาสาสมัคร การขับเคลื่อนพลังเครือข่ายอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านในครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของกรมส่งเสริมการเกษตรในการพัฒนาระบบส่งเสริมการเกษตรเชิงรุก สร้างเครือข่ายภาคประชาชนที่เข้มแข็ง และยกระดับการพัฒนาเกษตรไทยให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน” นางอัญชลี กล่าว